2007/Apr/29

นักศึกษาใหม่คงยังไม่รู้ว่า ในรอบรั้วมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์นั้น มีผี แถมยังเป็นผีดุ ผีเฮี้ยน เฝ้าหลอกหลอนผู้คนให้อยู่ในอาการนอนไม่หลับ ผวาละเมอ บ้างก็ตกอยู่ในอาการคุ้มคลั่งมาแล้ว ยิ่งตอนกลางคืนผีเหล่านี้ก็จะออกเดินเพ่นพ่าน หาส่วนบุญ บ้างก็ร้องโหยหวน ชวนขนลุก เล่าสามวันยังไม่จบ มีเรื่องเพี้ยนแทบทุกตึก ทุกคณะ

คุณคงไม่เชื่อละสิ บ้านเมืองเราเจริญถึงขั้นพัฒนา มีไฟฟ้ากระจ่างทั้งคืนแล้วผีจะไปสิงสถิตอยู่ตรงไหน ถ้าอย่างนี้ต้องมาพิสูจน์กันดีไหม ไม่ต้องถึงกับไปจ้างหมอผีผู้มีอาคมคนใดมาทำพิธีจับวิญญาณให้ยุ่งยาก เสียเงิน และเสียเวลาเปล่าๆ เรามีวิธีที่ไม่เคยเปิดเผยมาก่อน ลับพิเศษสำหรับผู้ที่ชอบท้าทายและพิสูจน์ความจริง พอดีวันก่อนไปค้นคว้าหาหนังสือในหอสมุดของเรา ไปเจอหนังสือ เขรอะไปด้วยฝุ่นเล่มหนึ่งที่เก่าแก่ ปกเป็นสีน้ำตาล มีชื่อว่า วีธีการเห็นผี 10 วิธี

วิธีหนึ่งที่ง่ายๆ แถมยังทำได้ในเวลากลางวัน ไม่ต้องให้เพื่อนๆทำเป็นเสียงหมาหอนหรือสวดบริกรรมคาถาภาษาเขมรให้ยุ่งยากอะไร ถ้าอยากเห็นผีเพี้ยนเพียงแต่เริ่มด้วย ให้ท่านไปยืนตรงสามแยกหรือทางสามแพร่ง ไม่ต้องถือเครื่องเซ่นไหว้ประเภทไก่ดำ ขนมต้มดำต้มขาว หรือข้าวพล่าปลายำใดๆ แม้กระทั่งธูปสามดอกก็ไม่ต้องใช้ ให้กลั้นลมหายใจ ทำสมาธิแน่วแน่แล้วก้มหัวลอดใต้หว่างขา ท่านก็จะเห็นผีได้สมใจนึก โอ๊ย พูดแล้วขนลุก..คนที่ลองทำมาแล้วพบผีอุบาทว์ชาติชั่ว สยดสยองขนหัวสแตนอัพท์ แบ่งได้หลายจำพวก

พวกแรก ผีนุ่งสั้น ส่วนใหญ่มักเป็นผีตัวเมีย ชาติที่แล้วคงทำบุญมาน้อย เวลาตายญาติคงจน เลยพันผ้าห่อศพมาน้อย วิญญาณจึงเร่ร่อนมาขอส่วนบุญ ผีพวกนี้ชอบนุ่งสั้น เสื้อรัดเปรี๊ยะ กระดุมแทบปริ โชว์หน้าอกหน้าใจให้สุนัขได้เห่าหอน หน้าตาฉาบด้วยเครื่องสำอางหนาราว 2 ฟุตโบกมาหนาพอๆกับฝาโลง ถ้าเป็นผีตัวผู้ก็ชอบไว้เคราแพะ แต่หน้าตาเหมือนลาว ชอบแต่งเป็นเด็กแนว (แนวชายแดนพม่า) แต่งตัวมาโชว์กันราวกับเป็นวันผีพบญาติหรือวันฮาโลวีน

พวกที่สอง ผีบ้าเพศสัมพันธ์และพร่าพรหมจรรย์ ผีพวกนี้คงตายอดตายอยากจากชาติที่แล้ว หรือไม่ก็ประพฤติผิดในกาม ยมบาลให้ชดใช้กรรมอาบน้ำในกระทะทองแดง พอยมบาลเผลอก็หลุดรอดมาเดินเพ่นพ่านในสถาบันเรา ผีพวกนี้จะเดินจับมือถือแขน โอบรัด หรือหยอกเย้ากระเซ้าแหย่ นัดแนะกันไปโรมรันฟันตู อยู่กันเป็นคู่ๆ ทำสถิติว่าใครมีคู่มากกว่ากัน จะได้ฉุดกันให้อยู่ในนรกต่อไปอย่าได้หมายไปผุดไปเกิด

พวกที่สาม ผีปากหนอนและแขนกุด พวกนี้สวยเริ่ดเชิดหยิ่ง พูดจาราวกับสำลอกออกมาหรือเลี้ยงหมาไว้ทั้งฝูงในปาก ผีพวกนี้ไม่มีวาจาว่า ครับ หรือ คะ มือไม้แข็งทื่อ ไหว้ครูบา อาจารย์ไม่เป็นหรอก ไม่มีการอ่อนน้อมถ่อมตน กริยากระด้างกว่าหินผา กริยาก้าวร้าว ยิ่งถ้าไม่เคยสอนด้วยแล้วแทบจะเดินชนไปเลย เห็นพระวัดสุคตว่า พวกนี้ชาติที่แล้วคงกินแต่อาจมดมแต่ขยะ

พวกที่สี่ ผีบ้าการพนัน พวกนี้จะไม่สนใจเรียน เดินไปไหนจะถือหนังสือพิมพ์แทงพนันบอล หัวที่เน่าเฟะจะมีลูกบอลหมุนคว้าง ถ้าพวกชอบเล่นหวย หน้าตาก็จะเป็นตัวเลขอย่างน้อย 2 ตัวขึ้นกลางหน้าผาก ยังมีพวกบ้าแชตหาคู่ในเนต หน้าตาก็จะเหมือนอวัยวะเพศฉายปรากฏอยู่ตรงใบหน้า

พวกที่ห้า ผีชอบปาร์ตี้ ชอบเสพยาเสพติด ชอบชอปปิ้ง จะมีแหล่งรวมวิญญาณกันที่ผับชื่อสองดี ไม่สนใจเรียนหนังสือหนังหา มุ่งหาเงินหาทองด้วยการมั่วเซ็กส์แลกเป็นกระเป๋าสวยๆ หรือเงินตรา ถ้าเป็นกลางวันก็จะไปสิงสถิตอยู่ในห้างดัง ใกล้สี่แยกเดชา เสมือนเป็นสุสาน เดินสวนสนามกัน กินอาหารฟาสต์ฟูด ผีพวกนี้จะสังเกตให้ดีๆ มักจะเป็นพวกผีหัวขาด เพราะถูกตัดหัวในชาติที่แล้ว มีสมองแต่เป็นแบบขี้เลื่อย

ยังมีพวกผีบ้าผีบออีกหลายพวก แค่ที่เล่ายังเป็นแค่ เรื่องเล็กๆน้อยเห็นไหมล่ะว่าเจ้าผีพวกนี้น่ากลัวขนาดไหน? แต่ไม่ต้องอกสั่นขวันแขวนไปหรอก เห็นว่าปีนี้กองกิจการนักศึกษา จะมีการนิมนต์พระเจ็ดวัดมากำจัดวิญญาณผีไม่มีญาติเหล่านั้นให้สิ้นซาก ระวังไว้เถอะ ระวังโดนข้าวสารเสก น้ำกรดสาดให้ร้องโอยโอย ผีห่าซาตานจะถูกจับใส่หม้อดิน นำเอาไปถ่วงน้ำให้สิ้นซากใต้สะพานเดชา

( บทความตีพิมพ์ในวารสารรับน้อง มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์)

2007/Apr/29

วันเสาร์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2550

ตื่นเช้าวิ่งได้แค่ 5 รอบสนามฟุตบอล ทำไมเบื่อเหลือเกิน เจอพี่ปุ้มจึงคุยกัน เดินไปซื้อของสะพานดำ ของกินเพียบ ทั้งเงาะ 2 กิโล มะม่วงกะล่อนอีก 5 บาท ใส่จานไว้หอมหวานน่ากินมาก ตั้งท่ากินตั้งแต่เช้าจนพุงกางและนอนหลับ ยายเจ๊มาส่งนิตยสารจีเอ็มและหนังสือพิมพ์ ขอหลับทั้งวัน น้องแบงก์หรืออธิวัฒน์ คล้ายเนียม หรือเปลี่ยนชื่อไปเป็นอะไรนะจำไม่ได้ มาหาที่บ้านพัก มีการนำขนมปังเป็นปลาทูน่ามาให้ด้วย มาเล่าเรื่องนินทาพ่อของเธอคือ นายอเนก ตามประสาพ่อลูกที่ไม่ถูกกัน เป็นต้นว่า ชอบหยิก ชอบด่า ทำให้เรานึกถึงว่า ในวัยเด็กเราก็เคยชอบตำหนิพ่อ เป็นไม้เบื่อไม้เมาแบบนี้ ก่อนที่จะรู้ในกาลต่อมาว่า พ่อรักเรามากเลย แล้วเมื่อไหร่น้องแบงก์จะรู้เสียทีก็ไม่รู้

น้องเบียร์โทรมาหา แจ้งเรื่องว่า รถมอเตอร์ไซค์ ได้คืนแล้ว เจ้าต้นไปบวชที่วัดกระบัง แถวแควน้อย แม่ของเบียร์คือ ดวงใจ ไปขู่เข็ญมันจึงมอบกุญแจและใบฝากรถมาให้ เบียร์ต้องไปตามที่ห้างอาเขตฯ หลายวันกว่าจะเจอ รถนี้นำไปเป็นรถพ่วงเร่ขายของและต้องจ่ายค่าบริการไป 6,000 บาท เบียร์จึงให้ต้นช่วยออกไป 3,000 บาท และกล่าวให้เจ็บใจเล่นว่า ถือว่าทำบุญไปก็แล้วกัน

เราโทรไปหาอาจารย์สุชาติที่อบรมในจังหวัดภูเก็ต เรื่องน้องโอ้และเล่าเรื่องต่างๆ ฝอยกันมากไปจนรู้สึกว่า ต่างคนต่างระบายกลายเป็นเสียเงินมากไปมั้ง

ยามเย็นได้ดูหนังแผ่นเรื่อง ผจญภัยในโลกแห่งเทพนิยาย หรือ Pan Labyrinth เรานึกว่าเป็นหนังแฟนตาซีแบบหนังเด็ก ที่ไหนได้เป็นหนังสงครามสเปน เล่าเรื่อง โอฟิเลีย เดินทางไปกับแม่ที่อุ้มท้องในช่วงจอมพลฟรังโก้นำสงครามเข้าสู่ระบอบฟาสซิสม์ เธอจึงหลบหนีปัญหาด้วยการสร้างโลกจินตนการแบบนิทานเขาวงกตของ แพนหรือ ฟอน สุดท้ายโลกของความจริงอันโหดร้ายยังคงอยู่ต่อไป หนังเรื่องนี้จึงกลายเป็นหนังดุร้าย ให้เห็นความโหดเหี้ยมของสงคราม

เท่านั้นยังไม่พอ เราจะบ้าหรือเปล่า ยังดูอีกเรื่องชื่อ ทีราบีเตีย สะพานมหัศจรรย์ Bridge to Terabitilia เป็นหนังเยาวชนจริงๆ เล่าเรื่องความสัมพันธ์ของเด็ก 2 คนที่ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับสังคมในโรงเรียนและครอบครัว จึงสร้างโลกจินตนาการให้เป็นเมืองในจินตนาการ วิธีการคือ โหนเชือกไปอีกดินแดนหนึ่งฝั่งตรงข้าม เป็นป่าแบบดึกดำบรรพ์ เป็ยเมืองในจินตนาการชื่อ ทีราบิเธีย ฉากน่าจะเป็นในนิวซีแลนด์ มีการสร้างบ้านบนต้นไม้ เจอต้นไม้เดินได้ นกฮูกใจร้าย กระรอกป่า ฯลฯ และท้ายที่สุด เด็กหญิง(เลสลี่)ก็กระโดลงไปในน้ำเพราะเชือกขาด ทำให้เสียชีวิตไป เด็กชาย(เจซ แอรอนส์)เสียใจและสานความฝันด้วยการสร้างสะพานไปสู่ตำนาน ชวนน้องเดินไต่แล้วเล่าความฝันให้ดำเนินต่อ ประเภทดูแล้วอิ่มใจและแต่ไม่อลังการเท่า เดอะลอร์ด ออฟเดอะลิงส์ แม้จะเป็นฉากสวยในประเทศเดียวกัน

อ่านหนังสือกันบ้าง มีข้อคิดที่น่าสนใจ เช่น บัณฑิต อึ้งรังษี เขียนว่า ทุกคนต้องกล้าฝัน (ในมติชน 29 เมษายน 2550 หน้า 17 ) เสนอแนะว่าคนเราต้องมีเป้าหมายใหญ่ แต่คนไทยไม่กล้าที่จะฝัน เพราะ

1. กลัวความผิดหวัง เมื่อเรามีความกล้าที่เอาชนะความกลัว จนลืมความล้มเหลวไปเลย

2. มัวแต่คิดถึงอุปสรรคใหญ่ตามมา แทนที่จะคิดถึงรางวัลอันงดงาม และได้ทำสิ่งที่ตนเองรัก

3. มักจะมีข้อแก้ตัวสารพัดว่า แก่เกินไป ไม่หล่อ ไม่รวย มีคนเคยเอาชนะมาแล้วเช่น เด็กไม่มีแขน ยังชนะเลิศเป็นนักกีฬามวยปล้ำในประเทศแคนนาดา

4. กลัวความล้มเหลว ทั้งที่ได้รับการเรียนรู้มากมาย ทำให้บุคลิกภาพดีขึ้น ได้ฝึกสมองและรู้ว่าวิธีไหนบ้างที่ไม่ได้ผล

ตั้งเป้าไว้ที่ดวงดาว แต่ไปได้แค่ภูเขาก็ยังดีกว่าพื้นดินดังเดิม ต้องกล้าฝันและลงมือทำ

ส่วนนายแพทย์เฉก ธนะสิริ กล่าวในมตินรายวันฉบับเดียวกันเรื่อง อายุ 120 ปี ทำไมจะทำไม่ได้ ตนเองอายุ 92 ปี ยังแข็งแรงด้วยการปฎิบัติตนดังนี้

1. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ หนักเบาตามอายุ หลัก อยากมีแรงต้องออกแรง หรือทำงานกลางแจ้งตลอดชีวิต

2. ต้องกินอาหารธรรมชาติ คือ พืชพรรณนานาชนิดที่อายุสั้น เช่น ข้าวซ้อมมือ เมล็ดธัญพืชและผัก ผลไม้ หลากสี ลดเนื้อสัตว์ 4 และ 2 เท้า กินจำนวน 2 มื้อ สูตรว่า กินน้อยตายยาก กินมากตายเร็ว

3. ดื่มน้ำสะอาด วันละ 10-12 แก้ว

4. พักผ่อนหลับสนิทและฝึกทำสมาธิ

5. หมั่นสร้างกุศล ใช้หลักอิทธิบาท 4 คือ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ และวิมังสา

2007/Mar/16

สวัสดี exteen